E-Document Library E-mail MIS ระบบบริการ
การศึกษา
E-Office
 
หน้าหลัก -> ข่าวกิจกรรม

 
 
  องคมนตรีประสาทอนุปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนสตูล
    (30 เมษายน 2555)
 
          

องคมนตรีประสาทอนุปริญญาบัตรและประกาศนียบัตร
แก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนสตูล

               ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตรและประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนสตูล ประจำปีการศึกษา 2554 ณ อาคารศูนย์ข้อมูลสารสนเทศการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล จังหวัดสตูล เมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2555 โดยมีผู้สำเร็จการศึกษา ที่เข้ารับการประสาทอนุปริญญาบัตรครั้งนี้ ตามหลักสูตร 5 สาขาวิชา ได้แก่ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การปกครองท้องถิ่น การพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการศึกษาปฐมวัย จำนวน 195 คน และผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับประกาศนียบัตร หลักสูตรอิสลามศึกษา (ซานาวียะฮ) 1 ปี จำนวน 12 คน

               โอกาสนี้ องคมนตรี ได้กล่าวแสดงความชื่นชมยินดีกับวิทยาลัยชุมชนที่ได้ทำงาน มีผลงานออกมาเป็นที่น่าชื่นชม ในการผลิตบัณฑิต สาขาต่างๆ หลักสูตรต่างๆ ในระดับอนุปริญญา ประกาศนียบัตรอิสลามศึกษา ซึ่งทำได้ดีมากและเป็นตัวอย่างแก่ที่อื่น และอีกหลักสูตรที่เรียกว่าหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนชาวสตูลเจ็ดพันกว่าคน ซึ่งบุคคลเหล่านั้นไม่ได้มีโอกาสมาร่วมในพิธีนี้ แต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติงานของวิทยาลัยชุมชนสตูล  ขอให้ความดีงามทั้งหลาย เป็นของสภา คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ทุกคนของวิทยาลัยชุมชนสตูล รวมทั้งชาวจังหวัดชาวสตูลที่ได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมกิจการของวิทยาลัยชุมชน ปัจจุบันเรามีวิทยาลัยชุมชนอยู่ 21 แห่ง  21 จังหวัด หลักการของวิทยาลัยชุมชน คือ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับอนุปริญญาในหลักสูตรระยะสั้นและประกาศนียบัตร  เพราะฉะนั้นหลักการนี้จะมั่นคงอยู่ด้วยนโยบายหลักๆ นโยบายข้อแรก คือ ทั้งหลักสูตรที่เปิดสอนไม่ว่าประเภทใด จะเป็นไปเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจจังหวัดสตูล หลักสูตรของเราจะเปิดเร็วปิดเร็วได้ เป็นไปตามความจำเป็นที่ต้องมีหลักสูตรนั้นๆ เพื่อพัฒนาคนในจังหวัดสตูลเอง ถ้าพัฒนาจนครบในหลักสูตรนี้ ก็เปิดหลักสูตรใหม่ได้ หรือ จำเป็นต้องเปิดหลายหลักสูตรพร้อมกัน เราก็พยายามหาทรัพยากรทุกประเภท เพื่อจะเปิดหลักสูตรให้เป็นประโยชน์แก่ชาวจังหวัดสตูลเอง เพราะฉะนั้น หลักสูตรเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขของชาวสตูล

               นโยบายข้อที่สอง ต้องไปจัดการศึกษาให้ใกล้ผู้เรียน จะตรงกันข้ามกับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยประเภทอื่น ซึ่งจะจัดการศึกษาในจังหวัดใหญ่และเมืองใหญ่เท่านั้น ผู้เรียนจะต้องขวนขวายที่จะเดินทางไปเรียนเอง แต่แนวคิดและนโบายหลักของวิทยาลัยชุมชน คือ เราจะจัดการศึกษาให้ใกล้บ้านผู้เรียนมากที่สุด เพราะฉะนั้นเราจะมีศูนย์จัดการศึกษาอยู่ตามอำเภอต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด

               นโยบายข้อที่สาม คือ ค่าเล่าเรียน เราอยากให้วิทยาลัยชุมชนเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นจะไม่เก็บค่าเล่าเรียนราคาแพง เพื่อให้ผู้เรียนซึ่งมีฐานะการเงินลำบากสามารถเข้าเรียนได้ นโยบายได้กำหนดชัดเจนว่า ค่าเล่าเรียนให้ถูกที่สุด ถูกจนกระทั่งขาดทุนตลอดเวลา เพราะส่วนที่ขาดทุนเราก็ไปขอเงินจากรัฐบาล จากผู้บริจาคมาช่วยกันอุดหนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนอย่างสบายใจ เพราะเราอยากให้การศึกษาและการฝึกอบรมเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ เพื่อให้การศึกษาลงไปถึงระดับล่างมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

               นโยบายข้อที่สี่ คืออยากให้วิทยาลัยชุมชนมีพันธกิจอื่นอีก นอกเหนือจากเรื่องการจัดการศึกษา อย่างเช่น การบริการวิชาการแก่สังคมในรูปแบบต่างๆ การร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด การสืบสานเรื่องราวต่างๆ นำความรู้ของจังหวัดมาเผยแพร่ เป็นต้น อย่างนิทรรศการที่จัดขึ้น เป็นผลงานทางวิชาการของวิทยาลัยชุมชนสตูล เป็นสารานุกรมไทยวัฒนธรรมจังหวัดสตูล มีนายบุญเสริม ฤทธาภิรมย์ ประธานกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสตูลเป็นบรรณาธิการหลัก มีผู้เขียนประกอบด้วย ครูอาจารย์ นักศึกษา นักวิชาการ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดสตูล นี้เป็นทรัพยากรพื้นฐานของจังหวัด เอาไปใช้ได้ทุกออย่าง ไม่ว่าจะการค้าขาย การท่องเที่ยว การศึกษา เพราะฉะนั้น ถ้าวิทยาลัยชุมชนในจังหวัดต่างๆ แสดงบทบาทนี้มากขึ้น เป็นผู้รวม ผู้ชำนาญ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และรวบรวมเอาความรู้เหล่านี้ขึ้นมาเป็นฐาน เพื่อให้คนทุกอาชีพได้ใช้เป็นคู่มือ ตรงนี้เป็นการแสดงประโยชน์ของวิทยาลัยชุมชนที่มีต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ

               สำหรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ขอแสดงความชื่นชมในความพยายามที่เรียนจนจบในขั้นนี้ อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรเป็นเป็นขั้นเบื้องต้น ของการศึกษาต่อไปของเราทุกคน ขอให้กำลังใจที่จะเรียนให้สูงขึ้นไปอีก ท่านได้ผ่านไปแล้วด้วยความภาคภูมิใจที่ได้เสียสละหลายๆ อย่าง เพื่อจะเรียนให้จบ ท่านทำได้ดีมาก ความรู้ที่ได้อยากให้หวนกลับมานึกถึงว่าเราได้จากวิทยาลัยชุมชนแห่งนี้ วันนี้เป็นต้นไปท่านเป็นศิษย์เก่า ศิษย์เก่าก็มีหน้าที่ที่จะกลับมาช่วยวิทยาลัยของตน อีกข้อที่อยากจะเตือนไว้ก็คือ ครูอาจารย์ที่เราได้รับประสิทธิ์ประสาทวิชามาท่านเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อนักเรียนทุกคน อยากให้นักเรียนทุกคนคำนึงถึงพระคุณของอาจารย์ คนดีต้องมีกตัญญู กตัญญูอย่างเดียวไม่พอต้องมีกตเวทีด้วย คือรู้คุณและตอบแทนบุญคุณถ้ามีโอกาสอันควร

               โอกาสนี้ผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการทำความดี ทรงรับสั่งไว้ 4 ประการ ดังนี้

               ข้อหนึ่ง การทำความดีไม่ใช่ของล้าสมัย

               ข้อสอง  การทำความดีไม่ใช่ของที่น่าอายแต่เป็นของที่น่าภูมิใจ

               ข้อสาม การทำความดีไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
                            ใกล้ตัวก็ทำได้

               ข้อสี่     การทำความดีทุกครั้ง จะให้ผลดีกับผู้ปฏิบัติทุกครั้ง

               องคมนตรีได้กล่าวต่อว่า สังคมไทยกำลังมองเรื่องทำความดีเป็นเรื่องเชยรึเปล่า โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนรุ่นหลัง เราเป็นผู้ใหญ่ เราจะให้กำลังใจเด็กและเยาวชน ให้ทำความดีตลอดเวลา เพื่อให้รู้สึกว่าการทำความดีไม่ใช่ของล้าสมัย ข้อที่สอง ท่านมีรับสั่งว่า “ การทำความดีไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย เราพาลูกเดินอยู่กลางถนนเทศบาลเมืองสตูลแล้วเห็นขยะเราชวนลูกเราเก็บขยะทิ้งในขยะได้ไหม เรารู้สึกอายไหม เรารู้สึกว่าลูกก็ไม่ควรทำรึเปล่า หรือคิดว่าการทำความดีไม่ใช่สิ่งน่าอายเลย อย่างที่มีพระบรมราโชวาทไว้ ซึ่งเรากำลังเข้าใจผิดว่าการทำความดีบางครั้งน่าอาย มีคนตั้งโจทย์ว่า ไหนว่าทำดีได้ดีไม่เห็นได้ซักที จริงๆได้ไปแล้ว ถ้ารู้จักทำใจว่า สิ่งที่เราทำให้ความสุขกับใจเรา ให้ความสุขในใจเรา นั่นคือสิ่งที่เราได้ ผลของการทำความดีทั้งต่อตนเองและต่อสังคมยิ่งใหญ่มาก

               มีพระบรมราโชวาทอยู่อีกข้อหนึ่ง ที่เราได้ยินบ่อยมาก คือ “ รู้ รัก สามัคคี ” เวลาเขียนต้องเว้นวรรค เป็นคนละตอนกันสามตอน เอาไปใช้กับการบริหาร การทำงาน การคบหาสมาคมก็ได้ รู้ คือ เราจะทำงานอะไร เราต้องเรียนรู้งานนั้นให้ดีที่สุด จะบริหารงานที่ไหน ต้องศึกษาให้ได้ว่าประวัติ พันธกิจ งานหลัก งานรองเป็นอย่างไร งานอะไรไม่ใช่งานที่นี่ งานหลักเราจะได้ทุ่มเทเต็มที่ งานรองถ้ามีเวลาเหลือ ทรัพยากรเหลือก็ทำได้ แต่งานที่ไม่ใช่หน้าที่ ก็ไม่ควรจะขวนขวายให้เป็นงานที่เสียทรัพยากรมากที่สุดของเรา เมื่อเรารู้ดีแล้ว จะนำไปสู่ขั้นตอนที่สอง คือ รัก รักงาน รักเพื่อน รักชุมชน ฯลฯ ความรักจะมาจากความรู้ และสุดท้าย สามัคคีก็จะเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนที่สาม

               โอกาสนี้ องคมนตรี ได้ฝากผู้ที่สำเร็จการศึกษาในวันนี้ สองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรก คือ ค่านิยมในความดี ทำเถอะความดี ความดีไม่ล้าสมัย ความดีเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมไม่ใช่อับอาย  ความดีทำทั้งใกล้และไกลตัวได้ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เป็นความดีได้ และขอให้เชื่อมั่นว่าทำดีต้องได้ดี เรื่องที่สองคือ คาถาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ คือ “รู้ รัก สามัคคี ” ถ้าจังหวัดสตูลจะพัฒนาไปแล้วเกิดประโยชน์กับทุกคนในจังหวัดนี้ เราจะต้องมีพื้นฐาน“ รู้ รัก สามัคคี ” เป็นฐานเราจึงพัฒนาร่วมกันได้ ปรึกษาหารือกันได้ เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันได้ เมื่อนั้นแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดก็จะสำเร็จดังที่ทุกคนได้ตั้งเจตนาไว้

*************************************************

 
 
 
 
Username *
Password *
 
 
  
วิทยาลัยชุมชน
    แม่ฮ่องสอน     แพร่
    ตาก     หนองบัวลำภู
    มุกดาหาร     พิจิตร
    ยโสธร     อุทัยธานี
    บุรีรัมย์     สระแก้ว
    สมุทรสาคร     ตราด
    ระนอง     พังงา
    สงขลา     สตูล
    ปัตตานี     ยะลา
    นราธิวาส  
 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จุลสารวิทยาลัยชุมชน
เล่มที่ 12
เล่่มอื่นๆ
ข้อมูลสถิติ
การติดตามผู้สำเร็จการศึกษา
หลักสูตร อนุปริญญา ประจำปี 2555
  ทำงานแล้วและกำลังศึกษาต่อ (18.47)
  ทำงานแล้ว (55.47)
  กำลังศึกษาต่อ (7.13)
  ว่างงาน (18.93)
ข้อมูล ณ วันที่ 07 มกราคม 2557
ข้อมูลสถิติอื่นๆ
แม่ฮ่องสอน แพร่ ตาก อุทัยธานี พิจิตร หนองบัวลำภู มุกดาหาร ยโสธร บุรีรัมย์ สระแก้ว สมุทรสาคร ตราด ระนอง พังงา สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส
สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน  
อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  โทรศัพท์ : 0 2280 0091 - 6  โทรสาร : 0 2280 4162, 0 2281 1588
 
จำนวนผู้เข้าใช้บริการเว็บไซต์

Website counter