วิทยาลัยชุมชนสงขลานำชุมชนบุกไร่กาแฟจังหวัดตรัง ศึกษาการปลูกกาแฟในสวนยาง วันที่ 18 กันยายน 2561 ณ ไร่อ่างทอง และสวนวังทองคำ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
ข่าวแวดวงวิทยาลัยชุมชน

วิทยาลัยชุมชนสงขลานำชุมชนบุกไร่กาแฟจังหวัดตรัง ศึกษาการปลูกกาแฟในสวนยาง วันที่ 18 กันยายน 2561 ณ ไร่อ่างทอง และสวนวังทองคำ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

21 กันยายน 2561 17:32

   วันที่ 18 กันยายน 2561 นายนิยมชูชื่น ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา มอบหมายให้ รศ.ดร.อัศวิน พรหมโสภา นางสาวพรเพ็ญ ประกอบกิจ รองผู้อำนวยการ นางสาวศจีมาศ พูนทรัพย์ และนางฟาธีย่าห์ ชูเชิด อาจารย์ประจำวิทยาลัยฯ นำชุมชนชาวบ้านโหนดและบ้านบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จำนวน 10 คนเข้าศึกษาดูงานที่ไร่อ่างทอง และสวนวังทองคำ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ทั้งนี้เนื่องจากชาวชุมชนทั้งสองแห่งสนใจที่จะปลูกกาแฟแซมในสวนยางที่มีอยู่ ประสงค์จะหาความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำไร่กาแฟในสวนยาง วิทยาลัยชุมชนสงขลาจึงจัดโครงการศึกษาดูงานขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นในการดำเนินการขั้นต่อไปของชุมชน
   ในช่วงเช้าได้เข้าศึกษาดูงานที่ไร่อ่างทอง ของนายถนอมชัย กล่อมปัญญา ตั้งอยู่ที่อยู่บ้านเลขที่ 80/3 หมู่ที่ 1 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง  ซึ่งปลูกกาแฟในสวนยาง ในช่วงบ่ายได้เข้าศึกษาดูงานที่สวนวังทองของนายสวัสดิ์ ทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่หางกันมากนัก ซึ่งปลูกกาแฟในสวนสมรม
   นายถนอมชัยเล่าว่าได้ทดลองนำกาแฟพันธุ์อะลาบีก้า มาปลูกแซม ในร่องสวนยางพาราอายุ 10 ปี บนเนื้อที่ ประมาณ 18 ไร่ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เพื่อต้องการหารายได้เสริมนอกเหนือจากการทำสวนยาง โดยซื้อต้นพันธุ์มาจากภาคเหนือ ตอนแรกจะเลือกซื้อต้นพันธุ์ที่ราคาถูกๆมาปลูก แต่ไม่ได้ผล ได้ลองผิดลองถูกเรียนรู้เรื่อยมา ที่สุดได้เรียนรู้ว่าจะต้องเลือกต้นพันธุ์ที่ดีจึงจะได้ผลดีแม้ว่าราคาจะสูงบ้าง
   กาแฟพันธุ์อาราบิก้านี้จะปลูกได้ผลดีในที่ที่มีอากาศเย็น ความชื้นไม่มาก ใช้เวลาปลูกประมาณ 8 เดือนกาแฟ ก็จะออกดอกและผล สามารถเก็บไปคั่วหรือบด และนำมารับประทานได้ แต่หากใช้เวลาประมาณ 1 ปี ครึ่ง ต้นกาแฟจะเติบโตและแข็งแรงมากขึ้น ทำให้ได้เมล็ดกาแฟสดต้นละประมาณ 1 – 2 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถนำไปขายได้กิโลกรัมละ 25 บาท แต่ถ้านำไปตากแห้งแล้วกะเทาะเปลือกจะขายได้กิโลกรัมละ 120 บาท
   ต้นกาแฟมีอายุมากขึ้นก็จะเก็บผลผลิตได้มากขึ้นตาม และไม่ต้องการแสงแดดมาก สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มรำไร จึงเหมาะสำหรับปลูกแซมในสวนยางพารา ซึ่งนอกจากจะทำให้ดูร่มรื่นแล้ว ในช่วงหน้าแล้งที่ต้นยางพาราผลัดใบ เกษตรกรจะต้องหมั่นรดน้ำและใส่ปุ๋ยต้นกาแฟ ทำให้ต้นยางพาราได้รับน้ำและปุ๋ยไปด้วย จะทำให้สวนยางที่ปลูกต้นกาแฟไม่เหี่ยวเฉา เหมือนสวนยางที่ไม่ได้ปลูกต้นกาแฟ
   กาแฟพันธุ์อาลาบีก้า เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ทางภาคใต้มากกว่าพันธุ์อื่นดูแลไม่ยุ่งยาก รดน้ำ 2 – 3 วัน ต่อ ครั้ง โดยในรอบ 1 ปีสามารถเก็บเมล็ดกาแฟได้ 2 ครั้งๆละประมาณ 1 เดือน อีกทั้งยังมีตลาดรับซื้อเป็นจำนวนมากเพราะปัจจุบันประเทศไทย ยังต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ ปีละหลายร้อยล้านบาท
   ชาวชุมชนที่มาศึกษาดูงานในครั้งนี้ต่างก็พอใจที่มีโอกาสมาเห็นการปลูกกาแฟแซมในสวนยางและสอบถามพูดคุยผู้ที่ปฏิบัติจริงๆจนประสบผลสำเร็จ ทำให้มีความมั่นใจในการเดินหน้าปลูกกาแฟแซมในสวนของตนเองต่อไป

การจัดการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร

รายงานการประชุมสภาวิทยาลัยชุมชน

หลักสูตรที่ผ่านการรับทราบจาก สกอ.

คู่มือประชาชน

สถาบันวิทยาลัยชุมชน อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์ : 0 2280 0091 - 6 โทรสาร : 0 2280 4162, 0 2281 1588
COPYTRIGHT © 2015 www.iccs.ac.th ALL RIGHTS RESERVED.